‘พิตต์’ ฟ้อง ‘โจลี’ เปิดเผยข้อมูลทำลูกสูญเสียความเป็นส่วนตัว

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 23 ธันวาคมว่า แบรด พิตต์ ดาราฮอลลีวู้ดชื่อดัง วัย 52 ปี กล่าวหาแองเจลินา โจลี อดีตภรรยาวัย 41 ปีที่เป็นดาราฮอลลีวู้ดเช่นกัน ว่า ทำให้ลูกๆ ของพวกเขาสูญเสียความเป็นส่วนตัว และยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับลูกๆ ที่อยู่ในเอกสารเกี่ยวกับการหย่าร้างของทั้งคู่

ทนายความของพิตต์ระบุว่า โจลี ภรรยาของพิตต์ที่แยกทางกันแล้วแสดงออกถึงความใส่ใจในเรื่องสวัสดิภาพของลูกชาย 3 คนและลูกสาว 3 คนของทั้งคู่น้อยมาก จากการที่ทนายความของโจลีตั้งใจที่จะทำให้พิตต์ดูแย่ อ้างอิงจากคำร้องที่พิตต์ ยื่นต่อศาลในนครลอสแองเจลิส สหรัฐอมริกา

ทีมที่ปรึกษาด้านกฏหมายของพิตต์ ระบุว่า โจลีละเมิดข้อตกลงที่จะปกป้องความเป็นส่วนตัวของเด็กทั้ง 6 คน ที่มีอายุอยู่ระหว่าง 8-15 ปี โดยการเปิดเฉยชื่อของนักบำบัดผู้เชี่ยวชาญของครอบครัว

ทีมทนายของพิตต์กล่าวหาโจลีว่า “พยายามที่จะหาหนทางโยนข้อกล่าวหาใส่พิตต์ให้สาธารณชนรับรู้ในทุกๆ ที่ทำได้” โดยไม่คิดถึงผลกระทบที่จะมีต่อลูกๆ

ทั้งนี้ ข่าวระบุว่าศาลจะไต่สวนพิจารณาคำร้องของพิตต์ในวันที่ 17 มกราคม 2560

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | แสดงความเห็น

ดราม่าย่อมไม่จบง่ายๆ ล่าสุด’พลอย’ ส่งกำลังใจให้ ‘ฌอห์น’

ยังไม่จบง่ายๆสำหรับดราม่าฌอห์น จินดาโชติ-เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา โดยล่าสุดพลอย จินดาโชติ พี่สาวของฌอห์ณก็ส่งกำลังใจให้น้องชายเต็มๆผ่านอินสตาแกรม @ ployandkids โดยว่า

‘ฌอห์ณ พี่รักและสนับสนุนในตัวน้องพี่คนนี้มาตลอด พี่เชื่อว่าความจริง ความดี ไม่มีอะไรสามารถมาหักล้างได้ นี่คือสัจธรรม ทุกวันนี้น้องทําดีที่สุด ทําทุกอย่างให้แม่ และพี่ภูมิใจ อย่างที่บอกไป ไม่ต้องเครียด พูดความจริง ตอบข้อสงสัยไป ทุกๆคนจะเข้าใจเอง พลอยในฐานะพี่สาว มีความสุข เมื่อเห็นคนรักและเข้าใจฌอห์ณ เหมือนที่พลอยและแม่รักและเข้าใจเค้า พลอยขอกราบขอบคุณพี่เอกกี้ @djeaky ที่ออกมาชี้แจงความจริง ช่วยให้น้องชายพลอยไม่ถุกคนในสังคมเข้าใจผิด จากข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง พี่เอกกี้เป็นสุภาพบุรุษที่สุดในสายตาพลอย ที่สละตัวเองออกมาชี้แจงความจริงในครั้งนี้ ขอขอบคุณจากใจจริงอีกครั้งค่ะพี่

โดยฌอห์นก็เข้ามาตอบกลับว่า ‘เรามีกันอยู่แค่นี้ เราถึงพูดกันอยู่เสมอไง ว่า family come first น้องขอโทษที่ทำให้พี่เดือดร้อน แต่น้องก็ดีใจที่มีพี่คอยอยู่เคียงข้างเสมอนะ รักเสมอนะ… @ployandkids‘ ขณะเดียวกันก็มีคนเข้ามาให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | แสดงความเห็น

อนุฯปรองดองสปท.ปิดห้องเงียบคุย บิ๊กบัง-วุฒิสาร ตันไชย

อนุฯปรองดองสปท. ปิดห้องเงียบคุย “บิ๊กบัง” รับ เคยแบกความกดดันทำงานปรองดอง

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษา รวบรวมความเห็น วิเคราะห์และสังเคราะห์ประเด็นการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและการสร้างความปรองดองทางการเมือง ในคณะ กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. ที่มีนายสังศิต พิริยะรังสรรค์ เป็นประธานการประชุม ได้เชิญ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ และนายวุฒิสาร ตันไชย ในฐานะประธานคณะผู้วิจัยการสร้างความปรองดองแห่งชาติ สถาบันพระปกเกล้า เข้ามาแลกเปลี่ยนความเห็น ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางสร้างความปรองดอง

ทั้งนี้ ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นายสังสิตกล่าวว่า แม้สถานการณ์ความขัดแย้งวันนี้เปลี่ยนไป ที่เชิญผู้มีประสบการณ์มาเพราะต้องเคารพ ให้เกียรติผู้ที่เคยศึกษารายงานการสร้างความปรองดองมาก่อน เชื่อว่าข้อเสนอแนะมีประโยชน์ต่อการทำงานของอนุ กมธ.

ขณะที่ พล.อ.สนธิกล่าวว่า ในห้วงเวลาที่ทำงานเรื่องนี้ เหตุที่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะเป็นช่วงที่ความขัดแย้งทางการเมืองยังสูงอยู่ ต้นเหตุที่ทำให้ตนเริ่มงานปรองดองสมัยนั้นคือครั้งได้รับเชิญจาก พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ให้ตนไปงานเสวนาที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง พบว่าสังคมสมัยนั้นกว่า 30% รับได้กับการโกง และปัญหาคอร์รัปชั่นของเจ้าหน้าที่รัฐ จนบางทีมันน่าเศร้าใจ จึงเริ่มทำโดยแบกรับความอึดอัดมาก ในสถานการณ์ตอนนั้นที่ขัดแย้งยังหนัก ซึ่งเหตุที่มาวันนี้เพราะนายนิกร จำนง สปท.ในฐานะอนุกมธ.มีความจริงใจและประสานมา เท่าที่ได้คุยนายนิกรรู้จริง มีความตั้งใจสูง และเป็นกลาง ตนจึงมา เพราะความปรองดองต้องอาศัยความเป็นกลางของคนเป็นสำคัญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมครั้งนี้อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าอินเสิร์ชภาพในช่วงต้นเท่านั้น แต่พอถึงคิว พล.อ.สนธิให้ความเห็น เจ้าหน้าที่ได้เชิญสื่อมวลชนออกจากห้องประชุมทันที

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | แสดงความเห็น

‘ซิโก้’ เตรียมเช็กฟอร์ม’จิตปัญญา-ศิวกรณ์’ เล็งดึงติดทีมบู๊ซาอุฯ

ความเคลื่อนไหวทัพ “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ที่เตรียมทำศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก

โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย กลุ่มบี นัดที่ 6 เปิดราชมังคลากีฬาสถาน ต้อนรับการมาเยือนของ “เศรษฐีน้ำมัน” ซาอุดีอาระเบีย ในวันที่ 23 มีนาคม ก่อนจะยกพลไปเยือน “ซามูไรบลู” ญี่ปุ่น ที่ไซตามะ สเตเดียม ในวันที่ 28 มีนาคมนั้น

ล่าสุด “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย เปิดเผยว่าเตรียมติดตามดูฟอร์มของ จิตปัญญา ทิสุด กองกลางของ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ “เฟย” ศิวกรณ์ เตียตระกูล ปีกซ้ายจาก “กว่างโซ้งมหาภัย” เชียงราย ยูไนเต็ด ในช่วงเปิดฤดูกาล “โตโยต้า ไทยลีก 2017” นี้

“ผมต้องการดูฟอร์มของจิตปัญญาอย่างมาก เนื่องจากช่วงเขาย้ายมาบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในเลกสอง ทำผลงานได้ดี ฉะนั้นเราต้องดูเขาว่าทำผลงานกับต้นสังกัดให้ได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ศิวกรณ์เป็นอีกหนึ่งคนที่ผมสนใจ หลังจากเขาเข้ามาสู่ทีมชาติไทยในเกมอุ่นเครื่องกับเกาหลีใต้ (แพ้ 0-1) ซึ่งผมเองยอมรับว่าฝีเท้าของเขามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเหมือนกัน” เฮดโค้ชทีมชาติไทยกล่าว

ขณะที่ศิวกรณ์เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่เฮดโค้ชทีมชาติไทยติดตามดูฟอร์มการเล่นของตัวเอง แต่จะขอโฟกัสในการเล่นกับต้นสังกัดให้ดีเสียก่อน เพื่อที่จะได้มีโอกาสมีชื่อติดทีมชาติอีกครั้งหนึ่ง

โพสท์ใน ข่าวกีฬา | แสดงความเห็น

เตือน! ซีเรียลอาหารเช้ามีน้ำตาล เด็กกินเพลินเสี่ยงเบาหวาน

ภาวะที่เร่งรีบทุกๆเช้าของแต่ละครอบครัว อาหารง่ายที่สุดคืออาหารเช้าที่ทำมาจากธัญพืช หรือซีเรียล เด็กๆจะรับประทานเป็นอาหารมื้อแรกของวัน ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดอย่างมากว่ามีประโยชน์ต่อร่างกาย

เมื่อสถาบันสุขภาพแห่งชาติและการสำรวจทางโภชนาการในอังกฤษ ได้เปิดเผยว่า อาหารเช้าบรรจุกล่องหลากหลายยี่ห้อนั้นมีปริมาณน้ำตาลเป็นส่วนผสมเพิ่มรสหวาน เมื่อกินพร้อมกับน้ำผลไม้ และขนมปังปิ้งทาเนย แยม หรือช็อกโกแลต ยิ่งทำลายสุขภาพมากกว่าได้คุณค่าทางโภชนาการ เสี่ยงฟันผุ เป็นโรคอ้วน หากบริโภคในระยะยาวเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานประเภท 2

การวิจัยพบว่าซีเรียลที่เด็กกินจะได้รับน้ำตาล 11 กรัม เทียบเท่ากับน้ำตาล 3 ก้อน เฉลี่ย 1,026 ก้อนต่อปี จากการสำรวจ 200 ครอบครัว พบว่าเด็กอายุ 4-10 ขวบ บริโภคน้ำตาลเป็นสองเท่ามากกว่าที่ควรจะเป็น

นักวิชาการแนะว่าเด็กแต่ละช่วงอายุควรได้น้ำตาลในปริมาณต่างกัน เช่น 3 ก้อนต่อเด็ก 2 ขวบ, 4 ก้อนต่อเด็ก 3 ขวบ, 5 ก้อนต่อเด็ก 4-6 ขวบ และ 6 ก้อนต่อเด็ก 7-10 ขวบ

ทั้งนี้ พ่อแม่ควรใช้แอพพลิเคชั่นบอกปริมาณน้ำตาลในอาหารและเครื่องดื่ม ถ้าจะให้ดีต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน เลือกสรรอาหารที่ให้คุณประโยชน์อย่างแท้จริง อาทิ ขนมปังโฮลวีท นมพร่องมันเนย ผลไม้นานาชนิด

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | แสดงความเห็น

เท้าแบน เรื่องที่พ่อแม่ควรรู้

คุณพ่อคุณแม่หลายคนก็คงจะอดเป็นห่วงลูกน้อยไม่ได้เมื่อพบว่ามีความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นกับลูก หากสังเกตว่าลูกน้อยเท้ามีลักษณะแบน ก็คงจะกังวลใจทันทีกลัวว่าลูกจะพบเจอปัญหาเท้าแบนในเด็ก ความจริงแล้วเท้าแบนในเด็ก เป็นโรคอย่างหนึ่งใช่หรือไม่ และจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของลูกน้อยในอนาคตบ้างหรือเปล่า

เท้าแบนในเด็กคืออะไร และมีลักษณะอย่างไร

นายแพทย์จตุพร โชติวณิชย์ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อในเด็ก โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ กล่าวว่าเท้าแบนในเด็ก ก็คือเท้าที่ไม่มีอุ้งเท้า อธิบายง่าย ๆ ก็คือ ปกติคนเราเท้าจะมีรอยเว้าบ้าง ลองเอาเท้าเปล่าที่เปียกน้ำมาย่ำบนพื้นดู เราจะเห็นว่ารอยจะเว้าไปตามรูปเท้าไม่ได้เต็มทั้งฝ่าเท้า ส่วนเท้าแบนก็คือตรงกันข้าม เท้าจะไม่มีรอยเว้า จะมีลักษณะแบนติดพื้นไปตลอด ถ้าเท้าเปียกน้ำแล้วเอาย่ำบนพื้นคนที่เป็นเท้าแบนจะเห็นเป็นรอยเต็มทั้งฝ่าเท้า ในเด็กส่วนใหญ่จะมีลักษณะเท้าแบนแบบที่เรียกว่า เท้าแบนแบบยืดหยุ่น คือเวลายืนก็จะเห็นว่าเท้าแบนเรียบติดไปกับพื้น แต่พอเขย่งปลายเท้าก็จะเห็นรอยเว้ารอยโค้งของเท้าเหมือนเท้าปกติ ส่วนเท้าแบนแบบแข็งเป็นอีกรูปแบบหนึ่งนั้นเป็นภาวะผิดปกติที่พบได้น้อยมาก และสามารถตรวจเจอโดยศัลยแพทย์กระดูกและข้อ

หลัก ๆ แล้วสาเหตุที่ทำให้เท้าแบนจะมีอยู่ 3 ประการคือ

1.เป็นมาแต่กำเนิดคือโดยธรรมชาติของร่างกาย 2. Flexible Flat Feet เอ็นหย่อน สาเหตุนี้พบได้เป็นปกติในเด็ก 3. Rigid Flat Feet หรือเท้าแบนชนิดแข็ง โดยในประเภทนี้อาจจะมีความผิดปกติจากส่วนอื่นร่วมด้วย อย่างเช่น อาการของสมองที่เรียกว่า Cerebral Palsy หรือมีความผิดปกติของไขสันหลัง หรืออีกอย่างหนึ่งก็คือโครงสร้างของเท้า ซึ่งกระดูกแต่ละชิ้นมีความผิดปกติ แต่ส่วนใหญ่ที่พบเป็นในเด็ก จะมีสาเหตุมาจากข้อ 1 กับ 2 เท่านั้น ข้อ 3 พบน้อยมาก รู้ได้อย่างไรว่าลูกน้อยมีอาการเท้าแบนในเด็ก “เท้าแบนในเด็ก คุณพ่อคุณแม่จะสังเกตได้ก็ตอนเมื่อลูกน้อยเริ่มเดิน อายุประมาณลูกน้อยเกือบ 1 ขวบได้” เท้าแบนในเด็กเป็นโรคร้ายแรงหรือไม่

ส่วนใหญ่ เท้าแบนในเด็ก เป็นพัฒนาการของเด็ก ไม่ใช่โรคร้ายแรงหรือความผิดปกติที่น่าวิตกกังวลมากนัก คือเด็กส่วนใหญ่ก็จะมีอาการเท้าแบนเป็นปกติอยู่แล้ว เกือบแทบจะทุกคนเลยก็ว่าได้ แต่พอโตขึ้นเด็กก็จะมีพัฒนาการไปตามวัย ร่างกายก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติ เท้าที่เคยแบนราบในตอนเด็กก็จะค่อย ๆ ปรับเว้าโค้งรับกับเท้าไปเองตามพัฒนาการ แต่จะมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน เพราะบางทีพ่อแม่อาจจะมีลักษณะเท้าแบนนิด ๆ อยู่แล้ว ลูกก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามพ่อแม่เหมือนกับหน้าตานั่นเอง คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายจึงไม่ต้องกังวลกับเรื่องนี้มากนัก เท้าแบนในเด็ก จำเป็นต้องรักษาหรือไม่

หากเป็นกรณีเท้าแบนที่เกิดจาก Rigid Flat Feet คือเป็นโครงสร้างที่ผิดปกติ คงจำเป็นต้องรักษาเป็นจริงเป็นจัง และส่วนมากจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไข แต่ถ้าเป็นเท้าแบนแบบยืดหยุ่น (Flexible Flat Feet) คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลมาก เพราะปัจจุบันยังไม่มีรายงานหรือการวิจัยทางการแพทย์ใด ๆ ที่ระบุเจาะจงว่า เท้าแบนแบบยืดหยุนในเด็ก จะส่งผลและมีปัญหาต่อพัฒนาการของเด็กในอนาคต ดูแลลูกน้อยไปตามปกติไม่ต้องตกใจหรือกังวลใจมากมาย เพราะอาการนี้เป็นธรรมชาติของเด็ก พอโตขึ้นทุกอย่างก็จะค่อยๆ ดีขึ้นเอง มีบางรายถ้าเป็นมาก ๆ อาจจำเป็นต้องตัดรองเท้าช่วย แต่ถ้าหากไม่สบายใจจะเข้ามาปรึกษาแพทย์ก็ได้ ถือว่าเป็นการพาลูกน้อยมาตรวจสุขภาพเลยก็ดีและเพื่อความสบายใจของคุณพ่อคุณแม่ด้วย หวังว่าทุกท่านคงค้นพบความจริงกันแล้วกับปัญหาที่คาใจเรื่อง เท้าแบนในเด็ก ซึ่งคุณหมอได้ย้ำว่า อาการนี้ไม่ใช่โรคชัดเจน ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวหรือน่ากังวลเป็นเพียงธรรมชาติของเด็กและจะเปลี่ยนแปลงไปตามพัฒนาการของเด็กที่เติบโตขึ้น ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายที่เป็นกังวลอยู่ก็สบายใจหายห่วงกันได้แล้ว

ที่มาของจ้อมูล : BangkokBizNews

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | 1 ความคิดเห็น

Suzuki Spacia Custom Z รถเล็กไม่ได้น่าเบื่อเสมอไป

ซูซูกิแนะนำอีกหนึ่งรถเคคาร์สำหรับตลาดญี่ปุ่น สเปเซีย คัสตอม แซด แต่งเติมความดุดันให้รถขนาดเล็กกะทัดรัด

สเปเซียได้รับการเปิดตัวครั้งแรกตั้งแต่ปี 2013 ซูซูกิทำการอัพเกรดความโดดเด่นด้วยเวอร์ชั่น “คัสตอม แซด” ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนฝากระโปรงชุดใหม่ที่มีเส้นสายเฉียบคมมากขึ้น กระจังหน้าใช้สีดาสลับสีเงินไทเทเนียม กรอบไฟหน้าก็ถูกปรับดีไซน์ใหม่ด้วยเช่นกัน

มิติตัวถังมีความยาวแค่เพียง 133.6 นิ้วซึ่งเป็นไปตามกฎหมายเคคาร์ของแดนปลาดิบ ขณะที่ความกว้างแค่เพียง 58 นิ้ว ตัวรถค่อนข้างสูงเพื่อเพิ่มพื้นที่ในห้องโดยสาร เบาะที่นั่งรองรับผู้โดยสาร 4 คน โดยสามารถพับแบนราบได้เพื่อขยายเนื้อที่บรรทุกสัมภาระ

ประตูบานหลังเป็นแบบเปิดสไลด์ ซูซูกิระบุว่าผู้โดยสารทุกที่นั่งสามารถเอื้อมมาเปิดประตูสไลด์ได้อย่างสะดวกสบาย

สำหรับเครื่องยนต์มีขนาดเล็ก 3 สูบ ความจุ 0.66 ลิตรตามกฎหมาย มีทั้งแบบไร้ระบบอัดอากาศและพ่วงเทอร์โบชาร์จ ขับเคลื่อนล้อหน้าและสี่ล้อ ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติแปรผันต่อเนื่องหรือซีวีทีเน้นความประหยัดน้ำมัน

ที่มาของข้อมูล : Autospinn.com

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | แสดงความเห็น

‘ผีแดง’ ล้มโต๊ะเจรจา ‘ลินเดลอฟ’ แล้ว

เงิบกันทั้งบางหลัง บีบีซี สื่อเครดิตดีของอังกฤษ รายงานว่า “ผีแดง” จะไม่เซ็นสัญญากับ วิคเตอร์ ลินเดลอฟ กองหลังจากเบนฟิกา มาร่วทีมในตลาดมกราคมนี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 28 ธ.ค. ว่า โชเซ มูรินโญ นายใหญ่ของ “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปลี่ยนใจจะไม่ทุ่มเงิน 38 ล้านปอนด์ซื้อตัว วิคเตอร์ ลินเดลอฟ กองหลังชาวสวีเดนจากเบนฟิกา มาร่วมทีมในช่วงตลาดมกราคมนี้

ดาวเตะวัย 22 ปีตกเป็นข่าวอย่างหนักเตรียมย้ายมาเล่นในโรงละครแห่งความฝัน พร้อมมีกระแสข่าวลือว่าเขาต้องการเบอร์ 2 ต่อจาก ราฟาเอล ดาซิลวา และเป็นเบอร์ตำนานของ แกรี เนวิลล์ ตำนานฟูลแบ็กของทีมด้วย

อย่างไรก็ตามล่าสุดดูเหมือนการย้ายทีมจะติดขัดเสียแล้วเมื่อ บีบีซี สื่อเครดิตดีของประเทศอังกฤษ รายงานข่าวว่า “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะล้มเลิกการเซ็นสัญญาแช้งรายนี้ โดยอ้างว่า โชเซ มูรินโญ เปลี่ยนใจกระทันหันเป็นเพราะว่าเขาพอใจในตัวสองเซนเตอร์ฮาล์ฟของทีมเวลานี้อย่าง มาร์กอส โรโฮ และ ฟิล โจนส์ อีกทั้งในตำแหน่งนี้ยังมี เอริก ไบญี, คริส สมอลลิง และ ดาลีย์ บลินด์ คอยเป้นตัวสแตนบายอีกต่างหาก

โพสท์ใน ข่าวกีฬา | 1 ความคิดเห็น

ฟันธงครบ 12 ราศีปีระกา ใครดวงรุ่ง-ดวงพังเช็คด่วน

ต่อเนื่องจากคราวที่แล้ว อาจารย์ลักษณ์ เรขานิเทศ หมอดูชื่อดัง ออกมาฟันธงดวงชะตาอีก 4 ราศีที่เหลือผ่านทางรายการศึก 12 ราศี ดังนี้

ราศีธนู ท่านที่เกิดระหว่างวันที่ 16 ธ.ค.-15 ม.ค.

เป็นปีที่สร้างความมั่นคงให้แก่ชีวิต จะมีสิ่งใหม่ ๆ เกิดขึ้น เกิดความสำเร็จในชีวิต การงาน สิ่งที่เคยลงแรงไปก่อนหน้านี้จะออกดอกออกผลให้ปี 2560 การเงินช่วงเดือนมกราคมไปจนถึงเดือนมีนาคมดวงการเงินจะแผ่วลงไป แต่จะดีขึ้นในช่วงเดือนกันยายนเป็นต้นไป และจะดีอย่างต่อเนื่องไปอีก 5 ปี หากมีความมุ่งมั่นขยันอดทนแล้วละก็จะสามารถสร้างตัวได้ ความรัก ในช่วงนี้ควรพักไว้ก้อน ใครที่เป็นโสดต้องระวังตัว ส่วนใครที่มีครอบครัวแล้วก็ต้องอดทนให้มาก

ราศีมังกร ท่านที่เกิดระหว่างวันที่ 16 ม.ค.-12 ก.พ.

เป็นราศีที่หัวดื้อที่สุด มีความเป็นตัวเองสูง เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี การงาน ให้ระวังเรื่องการเปลี่ยนแปลงเพราะอาจทำให้ชาวราศีมังกรพลาดโอกาสที่ดีไป จึงต้องมีการวางแผนที่ดี รวมทั้งหาโอกาสสักการะพญานาคการเงินจะมีปัญหาเรื่องการเงินที่ทำให้รู้สึกเบื่อเซ็ง ไปจนถึงช่วงเดือนสิงหาคม 2560 จากนั้นการเงินจะค่อย ๆ ดีขึ้น ความรัก ชาวราศีมังกรถือเอาความรักเป็นกำลังใจในชีวิต หากเจอคู่ที่อยู่ด้วยกันเป็นสุขก็จะเกื้อหนุนกัน แต่จากนี้ให้ระมัดระวังเรื่องความรัก โดยเฉพาะหลังจากวันที่ 4 สิงหาคม 2560 ไปจนถึงปลายปี 2561

ราศีกุมภ์ ท่านที่เกิดระหว่างวันที่ 13 ก.พ.-13 มี.ค.

เป็นปีแห่งปัญหาและอุปสรรค จึงต้องระวังเรื่องปัญหาและรู้จักปล่อยวาง รวมทั้งต้องหาเวลาทำบุญ ปฏิบัติธรรมเพื่อให้รอดพ้นจากภัยอันตราย ซึ่งดวงจะเริ่มดีขึ้นหลังจากผ่านวันที่ 6 กันยายน 2560 ไปแล้ว การงาน ยังคงต้องอดทนประคับประคอง อย่าน้อยใจหรือประชดด้วยการลาออก แต่ต้องเพิ่มความขยันเพราะจะทำให้เกิดความสำเร็จจนสามารถสร้างตัวได้ ส่วนใครที่ทำงานในวงการบันเทิงจะได้ดีในช่วงเดือนสิงหาคมการเงินให้ระวังเรื่องการใช้จ่ายและการลงทุนความรัก เป็นช่วงเวลาที่ชาวราศีกุมภ์จะตกหลุมรักแต่มีความผิดพลาดเสียหายเกิดขึ้น โดยเฉพาะช่วงต้นปีไปจนถึงเดือนกันยายนปีหน้า ดังนั้นในช่วงนี้จึงควรพักเรื่องความรัก ประกอบกับชาวราศีกุมภ์จะมีอารมณ์เหวี่ยง อารมณ์เสีย ไปอีก 1 ปีครึ่งจึงต้องระมัดระวัง

ราศีมีน ท่านที่เกิดระหว่างวันที่ 14 มี.ค.-13 เม.ย.

เป็นช่วงเวลาดีที่ชาวราศีมีนจะรุ่งโรจน์ การงาน จะดีในช่วงครึ่งปีแรกจนทำให้ชาวราศีมีนลืมตัว แต่เมื่อผ่านช่วงกลางปี 2560 ไปแล้วนั้น ให้ระมัดระวังเรื่องการลืมตัวเพราะจะทำให้เสียโอกาสไปมากการเงินมีโอกาสรวย แต่หากประมาทก็จะมีโอกาสเจ๊งได้เช่นกัน หรืออาจได้รับมรดกความรัก จะเกิดความสมหวังสมปรารถนาในความรัก ใครเป็นโสดจะเจอคู่แท้สุขภาพ ช่วงครึ่งปีหลังให้ชาวราศีมีนระวังเรื่องสุขภาพ

ขอบคุณ Polyplus Entertainment ,รายการศึก 12 ราศี

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | แสดงความเห็น

สตอเบอรี่ ผลไม้สีสันน่ากิน

ผลไม้สีสันน่ารักน่ากิน แถมรสชาติหลากหลายอารมณ์ มีตั้งแต่เปรี้ยวจนถึงรสหวานจัด อุดมด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด (อนุมูลอิสระ คือ ตัวการสำคัญในการก่อมะเร็ง) หากเทียบกับผลไม้ชนิดแล้วมีมากกว่าส้ม 1 เท่าครึ่ง มากกว่าองุ่นแดง 2 เท่า มากกว่ามะเขือเทศ 7 เท่า มากกว่ากล้วยหอม 7 เท่ากันเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังให้วิตามินซีในปริมาณสูง สตอเบอรี่ดีต่อร่างกายมากมาย เช่น ช่วยแก้โรคปวดข้อรูมาติก โรคเลือดออกตาไรฟัน ช่วยสมานผิว ลบริ้วรอย ช่วยให้ผิวหน้าสดใส ดีต่อระบบเลือด ระบบหัวใจ ระบบสายตา การทำงานของสมอง ช่วยลดคอเลสเตอรอล ลดความดันโลหิต ระบบขับถ่าย ฯลฯ ทั้งนี้ควรกินสดๆ จะได้คุณค่าทางโภชนาการและสรรพคุุณทางยา

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ปิดความเห็น บน สตอเบอรี่ ผลไม้สีสันน่ากิน